หลายคนคงเห็นภาพนี้มาบ้างแล้ว แต่ทำไมเราเห็นกระป๋องตรงกลางภาพเป็นสีแดงหละ ทั้งที่จริงแล้วถ้าใครขยายภาพดูจะเห็นว่าไม่มีสีแดงเจือปนในภาพนี้เลย มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ ‘วันนี้รู้เรื่อง’

เรามองเห็นสีได้อย่างไร
ตาของเราทำหน้าที่รับแสงสี หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาที่ความถี่ต่างๆ แต่มีแค่ช่วงความถี่หนึ่งที่ตาเรารับรู้รับสีได้ แต่มีอีกมากมายที่เรามองไม่เห็น เช่น คลื่นโทรศัพท์ คลื่นไมโครเวฟเป็นต้น
โดยแสงช่วงที่ตามองเห็น เราจะเรียกว่า ‘visible light’ ซึ่งถ้าไปดูรายละเอียดแล้ว ช่วงความยาวคลื่นต่างๆ สีก็จะต่างกันด้วยตามสีรุ้งนั่นเอง
พอแสงเดินทางเข้ามาในตาเรา เลนส์ตาจะรวมแสงให้ไปตกลงบนเรตินา หรือจอประสาทตา ซึ่งทำหน้าที่คล้ายเซนเซอร์รับแสงหรือฟิล์มในกล้องนั่นเอง

โดยบริเวณเรตินา จะมีเซลล์อยู่ 2 ชนิดคือ cone cell และ rod cell ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณประสาทและส่งไปที่สมอง

rod cell ทำหน้าที่รับรู้แสง และ cone cell ทำหน้าที่รับรู้สี ซึ่งจะรับรู้สีได้ ต้องมีความสว่างเพียงพอ เราจึงไม่เห็นสีของวัตถุในที่มืดหรือแสงน้อย

โดย cone cell จะไวต่อสีสามสีได้แก่ แดง, เขียว, น้ำเงิน และ ส่งไปประมวลผลที่สมอง เพื่อผสมออกมาเป็นสีอื่นตามปริมาณมากน้อยที่ส่งมา
แม่สี
ทั้งนี้ แม่สีของแสง หรือ สีปฐมภูมิ จึงเอามาจาก ความไวแสงของ cone cell ในตาคนเรานั่นเอง ซึ่งเป็นสีที่สีอื่นไม่สามารถผสมกันเพื่อให้เกิดสามสีนี้ได้

และเมื่อนำมาผสมกัน เช่น สีเขียวผสมสีน้ำเงินจะกลายเป็นสีฟ้า ตามภาพ ส่วนสีที่อยู่ตรงข้าม อย่างสีแดง ตามหลักวิทยาศาสตร์ จะเรียกว่า “สีคู่ตรงข้าม”
ตาของเรามีความผิดเพี้ยนตลอดเวลา
cone cell ในตาเรา มีโอกาสที่จะทำงานผิดเพี้ยน เช่นภาพนี้มีบริเวณส่วนใหญ่เป็นสีฟ้า ซึ่งพอเราเห็นสักพัก cone cell ที่ไวต่อแสงสีฟ้าจะเริ่มล้า และเริ่มมองเห็น บริเวณสีขาวที่จริงๆแล้วไม่มีสีใดใด กลายเป็น ‘สีคู่ตรงข้าม’ คือสีแดง

จึงเกิดปรากฏการณ์ “ภาพติดตา” แต่จะเป็นอยู่สักพักเดียวเท่านั้น เพราะ cone cell ทำงานผิดเพี้ยนเพียงชั่วคราว แต่ถ้าเกิดถาวร หมายความว่าเรา “ตาบอดสี” นั่นเอง
สรุป
ตาของมนุษย์เรามีข้อจำกัดและเกิดการผิดเพี้ยนได้ตลอดเวลา เราจึงเห็นภาพหลอก ภาพสามมิติ หรือภาพแปลกๆที่แชร์กันในโลกออนไลน์อยู่เสมอ

Leave a comment