วิเคราะห์ภาพ “ผีฮ่องกง” ในแง่วิทยาศาสตร์ภาพถ่าย

สมัยที่ยังเป็นนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ภาพถ่าย มหาวิทยาลัยดังแถวสามย่าน ผมมีโอกาสไปช่วยอาจารย์ เช็คภาพผีจากรายการโทรทัศน์ที่มาติดต่อให้ช่วยอธิบายภาพแปลกๆที่หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมภาพเป็นแบบนั้น

‘เค้ามาอีกแล้วครับ’ ตามสไตล์ พอเจอภาพที่อธิบายไม่ได้ ก็ฟันธงก่อนเลยว่าเป็น ‘ผี’ หรือวิญญาณ ผมในฐานะที่ตรวจภาพพวกนี้มาเยอะมาก จนต้องร้องว่า ‘กลัวแล้ว’ ยังไม่มีภาพไหนที่สามารถฟันธงได้ 100% ว่า ‘ผี’ ชัวร์ เลยสักภาพ

พอเห็นข่าว ภาพ “ผีฮ่องกง” วันก่อน เลยอยากแชร์ว่า เราจะรู้ได้ไงว่าภาพที่เราถ่าย เป็นภาพผีหรือไม่ หรือพอจะดูอะไรได้บ้างจากภาพที่เป็นข่าว โพสนี้ ‘รู้เรื่อง’

Artifact ของภาพ .jpeg

ภาพถ่ายโดยทั่วไป จะใช้ นามสกุลไฟล์ .jpeg หรือ .jpg (Joint Photographic Experts Group) เป็นชนิดไฟล์ที่ตกลงใช้ร่วมกัน เวลาจะสร้างภาพ เปิดภาพ หรือ แก้ไขภาพ

เอาง่ายๆ ใครจะสร้างกล้อง, มือถือ, โปรแกรมเปิดภาพ, แก้ไขภาพ ใช้สกุลนี้นะ จะได้ใช้ด้วยกันได้ง่ายๆ สังเกตไฟล์ RAW ในกล้อง ไม่มีการตกลงกัน ต่างคนต่างทำ เลยออกมากันคนละนามสกุล หมดเลย

Artifact (อ่านว่า “อาร์ติแฟกต์”) เป็นคำที่ใช้อธิบาย จุดพิกเซล ที่เสื่อมคุณภาพ มีปัญหาเช่นไม่แสดงสี หรือแสดงสีผิด ไปจากที่เราต้องการ จะเกิดมากๆที่ขอบวัตถุในภาพ หรือ บริเวณที่สีตัดกัน จนพิกเซลรอบๆไม่สามารถจำลองสีจากพิกเซลข้างๆได้สำเร็จ

เพราะโดยปกติแล้ว 1 พิกเซลจะรับสีแค่ สีเดียว แล้วเอาข้อมูลของพิกเซลข้างๆมาเป็นข้อมูลเพิ่มเติมว่าพิกเซลตัวเองต้องแสดงสีอะไร หรือสว่างแค่ไหน

Artifact มักเกิดกับภาพที่ถูกบีบอัดมากเกินไป เพื่อทำให้ขนาดภาพเล็กลง จนสูญเสียข้อมูล และเกิดกับ ไฟล์ .jpeg จากกล้องที่คุณภาพไม่ดี พวกกล้องเซนเซอร์เล็กๆ และจะยิ่งเห็นชัดเมื่อเราเอาภาพไปเพิ่มความคมชัดด้วยโปรแกรมแต่งภาพ


มาดูภาพกัน

ก่อนอื่นภาพนี้ถูกถ่ายด้วย มือถือ ไอโฟน แน่นอน Artifact มาตรึม

ภาพต้นฉบับก็จะมืดๆประมาณนี้ เพราะถ่ายสะท้อนกระจก

ภาพนี้ดึงแสงขึ้นมาให้เห็นน้องผีชัดๆ Artifact ตามขอบภาพจะเริ่มมา

ภาพนี้จะเพิ่ม sharpness หรือความคมชัดเข้าไปมากๆ ภาพจะเริ่มแตกเป็นพิกเซลและแสดง Artifact ที่ชัดเจนขึ้นตามบริเวณขอบภาพและส่วนมืดของภาพ


แล้วมันเกี่ยวกับน้องผียังไง

ลองสังเกตุ Artifact ของภาพนะครับ ที่คนถ่ายและน้องผี เป็น Artifact ในแพทเทิร์นเดียวกัน และต่อเนื่องกัน

ลองดูภาพที่ถ่ายมาสถานที่เดียวกันในสภาพแสงเดียวกัน เวลาใกล้เคียงกัน แต่งภาพแบบเดียวกัน ก็จะเห็น Artifact ในแบบเดียวกัน

งั้นผมลองเอาภาพผมตอนไปเที่ยวสงกรานต์ ในบทความที่แล้ว มาเทียบกันดู จะเห็นว่า Artifact แพทเทิร์น ไม่เหมือนกันเลย


สรุป

สิ่งที่พอจะฟันธงได้คือ ภาพที่มีน้องผีติดเข้ามา เป็นการถ่ายแล้วได้ภาพเลย ไม่ใช่การถ่ายมาคนเดียวแล้ว รีทัช แปะน้องผีเข้าไปทีหลัง เพราะ Artifact มีแพทเทิร์นเหมือนและต่อเนื่องกัน

แต่สิ่งที่ผมอยากให้สังเกตคือน้องผี ‘มองกล้อง’ นะครับ ลองคิดภาพตาม เราพาพ่อแม่เราที่อายุมากๆ และไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไปถ่ายสะท้อนกระจกในลักษณะเดียวกัน แล้วบอกท่านให้มองกล้อง กว่าท่านจะรู้ว่าต้องมองตรงไหน แล้วถ่ายออกมาถึงเห็นว่ามองกล้อง ก็ยากเอาเรื่อง

เพราะเราต้องมองกล้องมือถือในกระจก ถ้าเผลอมองหน้าตัวเอง มองหน้าเพื่อนหรือมองที่อื่น ภาพออกมาก็จะกลายเป็นตาเราไม่มองกล้องแบบนี้นะครับ

ทีนี้ก็อยู่ที่แต่ละคนแล้ว ว่าจะตีความภาพนี้ออกมายังไง จะเป็น photo bomb แบบวิ่งเข้ามาแกล้งแล้วก้เดินต่อไปเลย หรือจะเป็นคอนเทนต์อันนึงในโลกที่เราไม่รู้อะไรเลย