ใครที่ได้ดูศึกแดงเดือด ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่ามีความเมามันส์ ความบันเทิง ครบถ้วนและที่สำคัญ เป็นแมตช์ที่มีความดราม่า และ โรแมนติก
แต่นอกจากความโรแมนติกของฟุตบอลแล้ว ข้างสนามยังเต็มไปด้วยเรื่องราวโรแมนติก เกี่ยวกับการถ่ายภาพที่วันนี้นำมาเล่าให้ฟังอีกด้วย

ช่างภาพกีฬาที่ใช้ฟิล์มในยุค 2024


Canon EOS-1V HS + Canon 300mm f2.8 L FDn lens + Agfa Vista 200 film


และยิ่งตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเขาถ่ายจาก กล้องอะไร ฟิล์มอะไร หรือถ่ายได้อย่างไร ก่อนอื่นผมอยากเล่าว่าการถ่ายภาพกีฬายากกว่าการถ่ายภาพทั่วไปอย่างไร
ความยากในการถ่ายภาพกีฬา
ขึ้นชื่อว่ากีฬา มักจะมาพร้อมกับความเร็วอยู่แล้ว การจับจังหวะจึงเป็นสิ่งที่ยากกว่าการถ่ายอะไรที่อยู่นิ่ง นอกจากนั้นกีฬาหลายประเภทจะต้องถ่ายจากระยะไกล เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของนักกีฬา ซึ่งต้องใช้เลนส์ Super Tele หรือเลนส์ยาวๆ ช่วยในการถ่าย
ในส่วนของกล้อง ก็ต้องคิดเรื่องการวัดแสงให้พอดี , speed shutter ต้องเร็วและเหมาะสมกับจังหวะในแต่ละกีฬา , การวางองค์ประกอบภาพ ก็ต้องจัดให้ดี ยิ่งการใช้ฟิล์ม เราจะไม่มีโอกาสแก้ตัวโดยการเอามาตัดครอปทีหลังเลย
การโฟกัสก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าโฟกัสไม่เข้าภาพจะหลุดเบลอไปไกลกว่าเลนส์ปกติ เพราะการใช้เลนส์ Super Tele ก็เป็นการเพิ่มระยะชัดตื้นอยู่แล้ว (หลังละลายมากๆ) บวกกับการถ่ายระยะไกล ก็ยิ่งโฟกัสยากเข้าไปอีก

เทคโนโลยีของกล้องกับเลนส์ในปัจจุบันก้าวไปไกลมากแล้ว การจัดการต่างๆอุปกรณ์แทบจะทำให้เองเกือบทั้งหมด ช่างภาพมีหน้าที่ ตั้งค่า , วางองค์ประกอบ และจับจังหวะ ให้ทัน
และลองนึกว่าภาพตาม ถ้าใช้กล้องฟิล์ม ที่ไม่มีระบบ auto ใดใดมาช่วยเลย แม้แต่จะเช็คภาพหลังจากกดถ่ายยังทำไม่ได้ ต้องไปรอลุ้นตอนล้างเสร็จ จะยิ่งยากขึ้นไปอีกขนาดไหน
กล้องและเลนส์
Miles Myerscough-Harris ใช้กล้องสองตัวด้วยกัน โดยตัวหนึ่งจะใช้เลนส์มุมกว้าง 35mm และ อีกตัวจะเป็นเลนส์ยาว 300mm
Canon F-1 + EOS 35mm lens
กล้องตัวนี้ ผลิตขายในปี ค.ศ. 1971-1981 เป็นกล้อง SLR ใช้ฟิล์ม 35mm , speed shutter เร็วสุดอยู่ที่ 1/1000 วินาที (ปัจจุบันอยู่ที่ 1/8000 วินาที หรือมากกว่านั้นในระบบไฟฟ้า)
ถ่ายได้ต่อเนื่องเร็วสุด 9 ภาพต่อวินาที ถือว่าเยอะและเปลืองฟิล์มมาก ม้วนนึงแค่ 36 ภาพ ถ้ากดค้าง ถ่ายได้ 4 วินาที แต่กล้องตัวนี้ เขาติดเลนส์มุมกว้าง จึงถ่ายทีละภาพ ไม่ต้องถ่ายรัวมาก

Canon EOS 1V HS body + PB-E2 + Canon 300mm f2.8 L FDn Lens
กล้องตัวนี้ ผลิตขายในปี ค.ศ. 2000-2014 จะเก่งกว่า Canon F-1 ขึ้นมาหน่อย โดยจะมีระบบ Auto focus แล้ว และมีจุดโฟกัส ทั้งหมด 45 จุด (ถือว่าเยอะมากในยุคนั้น บางตัวมี 3 จุด)

ด้านล่างจะติด Power Drive Booster E2 เพื่อเพิ่มความสามารถในการถ่ายต่อเนื่องจาก 3 ภาพต่อวินาที เป็น 7 ภาพต่อวินาที และใส่ถ่าน AA ได้ 8 ก้อน เพื่อการถ่ายที่ยาวนานมากขึ้น

กล้องตัวนี้เค้าเลือกจะติดเลนส์ Canon 300mm f2.8 L FDn ซึ่งเป็นเลนส์ ที่ใช้ระบบ FD ช่างภาพสามารถโฟกัสและวัดแสงได้โดยไม่ต้องลดรูรับแสงของเลนส์ เช่นเราเลือกใช้ รูรับแสงแคบๆ แต่ตอนที่เราโฟกัสและวัดแสง เลนส์จะเปิดรูรับแสงกว้างสุดไว้ตลอด

ฟิล์ม
ฟิล์มที่ Miles Myerscough-Harris ใช้ จะแบ่งออกเป็น สองแบบคือฟิล์มสี และฟิล์มขาวดำ
AGFA Vista 200
ฟิล์มตัวนี้ ให้สีโทนอุ่น ติดแดง ติดส้มค่อนข้างชัดเจน ความจริงแล้ว เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 2018 เมื่อก่อนเป็นฟิล์มที่ราคาถูก เน้นถ่ายให้อารมณ์ มากกว่าความแม่นยำและถูกต้องของสี
หลังจาก AGFA Vista 200 เลิกผลิต คนก็เริ่มเอาไปเปรียบเทียบกับ Fujicolor C200 ที่ให้สีใกล้เคียงกัน จนคนลือกันว่าจริงๆแล้ว Fuji แค่เอามาเปลี่ยนหีบห่อใหม่ จน Fuji ต้องออกมาเปลี่ยนโฉม Fujicolor C200 อีกครั้ง ให้คาแรคเตอร์สี ต่างออกไป
Fujicolor C200 ที่ผลิตก่อนปี 2022 จึงให้โทนสีคล้าย AGFA Vista 200 แต่หลังจากนั้นจะต่างกันออกไปแล้ว


ตัวอย่างภาพ จาก AGFA Vista 200

ILFORD DELTA 3200
Ilford Delta 3200 เป็นฟิล์มขาวดำที่ไวแสงที่สุดในโลก ! ถ้าพูดประโยคนี้คงไม่เกินจริง ปกติแล้วเราจะเห็นฟิล์มที่ขายกันอยู่ ไวแสงสุดๆเต็มที่ 1600 ก็แทบจะมีอยู่ไม่กี่ตัว อันนี้ 3200
ฟิล์ม Delta ตัวแรกที่ออกมาคือ Delta 400 (1990) หลังจากนั้นก็เป็นตัว Delta 100 ที่เปิดตัวในเดือนกันยายน 1992 และ Delta 3200 เปิดตัวในปี 1998

ถ้าเทียบกับ Kodak T-MAX 3200 ที่เป็นฟิล์มขาวดำที่ไวแสงที่สุดในแบรนด์ แต่จริงๆแล้วที่กล่องจะแสดง ISO 1600 ที่สามารถดัน ISO ไปที่ 3200 ได้ ตอนล้าง แต่ Ilford Delta 3200 พิมพ์กล่องว่าสามารถดัน ISO ไปถึง 12500 ซึ่งสูงกว่า Kodak T-MAX 3200 ไปอีก 2 stop หรือ 4 เท่า


แน่ ฟิล์มที่ไวแสงขนาดนี้ เหมาะกับ การถ่ายภาพในที่แสงน้อย แต่ในการใช้งานจริง ฟิล์ม ISO สูงๆ เหมาะกับการถ่ายภาพที่ต้องการใช้ Shutter speed สูงๆ อย่างเช่นการถ่ายฟุตบอล
จะเห็นว่า Ilford Delta 3200 ให้ เกรน ของภาพค่อนข้างหยาบ และใหญ่มากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ของ ฟิล์มความไวแสงสูงๆนั่นเอง
นอกจากเกมส์การแข่งขัน จะให้ผลที่สุดโรแมนติก ดราม่า หักมุม แล้ว ข้างสนามยังมี เรื่องราวการถ่ายภาพที่สุดแสนตื่นเต้นและน่าค้นหาอีกด้วย และนี่คือควันหลงจาก ศึกแดงเดือดที่ผมนำมาฝากกันครับ
Leave a comment